ธรรมชาติที่สวยงาม

ปฏิทินของหนูเองค่ะ

วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2553

ธรรมชาติ ณ อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา, เชียงใหม่



อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา
มีน้ำตกให้เที่ยวหลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่เส้นทางยังไม่สะดวกนัก เนื่องจากยังอยู่ในระหว่างพัฒนาพื้นที่ น้ำตกที่เดินทางเข้าถึงสะดวกที่สุดคือ น้ำตกห้วยทรายขาว ซึ่งอยู่บริเวณเดียวกับที่ตั้งที่ทำการอุทยานฯ เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีแอ่งน้ำให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้แต่ในช่วงฤดูแล้งน้ำจะน้อยมาก จะมีน้ำเยอะช่วงเดือนพฤษภาคมแต่น้ำจะขุ่น น้ำจะใสช่วงหลังฝน ชั้นบนของน้ำตกเป็นแอ่งน้ำและมีทรายอยู่เนื่องจากน้ำพัดเอาทราย มาจากการกัดกร่อนของหินทราย ชั้นบน อากาศบริเวณน้ำตกชื้นจนทำให้มีมอสจับอยู่ มีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆในอุทยานฯ ได้แก่ น้ำตกแม่ฝางหลวง น้ำตกดอยเวียงผา น้ำตกห้วยหาน และจุดชมวิวดอยเวียงผา อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผามีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 583 ตารางกิโลเมตร สภาพป่าในพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นป่าดิบเขาและป่าเบญจพรรณ นอกจากนี้ยังมีป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าสนเขา นกที่พบ เช่น นกกินปลี และนกพญาไฟ สัตว์ป่าที่พบส่วนใหญ่จะเป็นขนาดกลางและสัตว์ขนาดเล็ก ได้แก่ กระรอก กระต่าย หมูป่า อีเห็น เก้ง เลียงผา เสือไฟ เม่น หมีควาย เป็นต้น

ธรรมชาติ ณ อุทยานแห่งชาติแม่ปิง, ลำพูน



เดิมชื่อว่าอุทยานแห่งชาติแม่หาด-แม่ก้อ ได้ประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2524 มีพื้นที่ 1,003 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และอำเภอสามเงา จังหวัดตาก ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแม่ปิงตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลแม่ลาน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน โดยไปตามทางหลวงหมายเลข 106 (สายลำพูน-ลี้) บริเวณกิโลเมตรที่ 47 แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 1087 ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ก็ถึงที่ทำการอุทยานฯ

ภายในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ปิง มีพื้นที่บางส่วนเป็นลำน้ำปิงซึ่งยาวประมาณ 100 กิโลเมตร และสองฝั่งแม่น้ำเป็นเกาะแก่ง หน้าผา หินงอก หินย้อย การเดินทางท่องเที่ยวลำน้ำปิงสามารถเริ่มจากอ่างเก็บน้ำดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่โดยใช้เรือหางยาว แล้วมาต่อแพที่แก่งสร้อย ล่องมาจนถึงเขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก ในทางกลับกันอาจจะเช่าเรือหรือแพจากเขื่อนภูมิพลล่องขึ้นไปก็ได้

สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ

ถ้ำยางวี
เป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ มีหินงอกหินย้อยสวยงาม และมีค้างคาวอาศัยอยู่ การเดินทางเข้าไปชมต้องใช้ไฟฉายหรือคนถือไฟนำทางเข้าไป ไม่ไกลจากบริเวณถ้ำยางวีจะมีป่าที่มีลักษณะเป็นป่าสนเขาเรียกว่า “ป่าพระบาทยางวี” มีธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงาม

ทุ่งกิ๊ก-ทุ่งนางู
อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 15 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติกว้างใหญ่ อยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานฯ เป็นที่ราบเนินเขาปกคลุมด้วยทุ่งหญ้าสลับป่าเต็งรัง มีทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าจำพวกเก้ง กวาง กระต่าย และไก่ป่าชนิดต่างๆ

น้ำตกก้อหลวง
อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 20 กิโลเมตร และเดินเท้าอีก 500 เมตร เป็นน้ำตกหินปูนที่เกิดจากลำน้ำในห้วยแม่ก้อ ไหลผ่านหินดินดานเทาดำและหินทรายของหน้าผาที่มีความสูงต่างระดับลดหลั่นกันลงมาทั้งหมด 7 ชั้น เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นหินปูน จึงทำให้บริเวณน้ำตกมีหินงอกหินย้อยมากมาย และยังมีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ มีปลาอาศัยอยู่มากมาย

แก่งก้อ
อยู่ในเขตบ้านก้อจัดสรร หมู่ 4 ตำบลก้อ จากที่ทำการอุทยานฯ ไปเป็นระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร ภายในบริเวณเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีทิวทัศน์สวยงาม ทางอุทยานฯ ได้จัดตั้งที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่า (หน่วยที่ 2) นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือชมภูมิประเทศและสถานที่น่าสนใจต่างๆ มากมาย เช่น น้ำตกอุมแป น้ำตกอุมปาด เกาะคู่สร้างคู่สม ผาเต่า ผาพระนอน ผาคันเบ็ด แก่งสร้อย (ตำนานเล่าว่าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเมืองสร้อยซึ่งอายุกว่า 800 ปี มีเจ้าเมืองปกครองสืบต่อกันมาหลายยุคสมัยและมีพญาอุดมเป็นผู้ปกครองเมืองคนสุดท้าย จากนั้นเมืองสร้อยก็จมอยู่ในท้องน้ำ ยังคงมีซากกำแพงเก่าให้เห็นอยู่ ส่วนเจดีย์ชำรุดตามกาลสมัย โดยนักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือจากแพท่าน้ำก้อไปทางซ้าย ไปทางเขื่อนภูมิพล ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จะเห็นเจดีย์สีขาวเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเกาะ ) ถ้ำแก่งสร้อย พระธาตุแก่งสร้อย พระบาทบ่อลม เขื่อนภูมิพล เป็นต้น

ธรรมชาติ ณ อุทยานแห่งชาติ ออบหลวง, เชียงใหม่



อุทยานแห่งชาติ ออบหลวง, เชียงใหม่
อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ ตามทางหลวงหมายเลข 108 สายฮอด-แม่สะเรียง ตรงหลักกม.ที่ 17 รวมระยะทางประมาณ 105 กม. ถนนเป็นถนนลาดยางอย่างดี และช่วงระหว่างฮอดถึงออบหลวงนั้น ถนนจะเลียบขนานไปกับแม่น้ำแม่แจ่มหรือแม่น้ำสลักหิน และวกไปเวียนมาตามไหล่เขา ลักษณะทั่วไป ออบหลวงเป็นสถานที่น่าเที่ยวที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ ความสวยงาม และความน่ากลัวไว้ในจุดเดียวกัน กล่าวคือ เบื้องล่างเป็นแม่น้ำสลักหิน ที่ไหลคดเคี้ยวผ่านช่องเขาขาด ตรงออบหลวงช่องเขานี้มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชัน และแคบมากบีบทางน้ำไหล ดังนั้นแม่น้ำตรงนี้จึงเชี่ยวจัด เสียงน้ำกระทบหน้าผาดังสนั่นแต่รอบ ๆ บริเวณชายน้ำด้านเหนืองดงามไปด้วยหมู่ไม้น้อยใหญ่ ร่มรื่นอยู่ตลอดเวลาชั่วนาตาปี ยังมีสะพานเชื่อมช่องเขาขาด สำหรับนักท่องเที่ยวยืนชมความงดงามแห่งทัศนียภาพของออบหลวง นอกจากนั้นภายในบริเวณอุทยานฯ ยังมีการขุดค้นพบแหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ด้วย

หน่วยพัฒนาต้นน้ำหน่วยที่ 6 (แม่โถ)
ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ 160 กม. อยู่ ต.บ่อสลี อ.ฮอด ตามเส้นทางสายฮอด-แม่สะเรียง ถึง กม.ที่ 55 แล้วแยกเข้าเส้นทางไปแม่โถอีก 16 กม. สถานที่ท่องเที่ยว ได้แก่ บ่อน้ำแร่ (ตรงทางแยกเข้า อำเภอแม่แจ่ม) สวนสนบ่อแก้ว (กม.ที่ 36) หมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง (แม้ว) และกะเหรี่ยง ทัศนียภาพโดยรอบ และแปลงทดลองปลูกไม้ดอกเมืองหนาว ฯลฯ

ทะเลสาบดอยเต่า
ดอยเต่าเป็นอำเภอของเชียงใหม่ อยู่ห่างจากตัวเมืองไปตามถนนเชียงใหม่-ฮอด-ดอยเต่า ระยะทางประมาณ 133 กม. ที่ดอยเต่ามีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ซึ่งอยู่เหนือเขื่อนภูมิพล เคยใช้ในการเกษตรกรรมด้านการประมง ในบริเวณอ่างเก็บน้ำ มีบริการแพพักและเรือนำเที่ยว ซึ่งนำชมแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่น น้ำตกอุ่มแป๋ ผาวิ่งชู พระธาตุดอยเกิ้ง ฯลฯ (สถานที่เหล่านี้ ชมได้ทางเรือเท่านั้น) ค่าเช่าเรือหางยาวประมาณ 800-1,000 บาท ใช้เวลาประมาณ 1 วัน นอกจากนี้ยังมีเรือนำเที่ยวจากเขื่อนภูมิพล มายังอ่างเก็บน้ำดอยเต่า แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำว่าจะมากพอหรือไม่ รายละเอียดติดต่อ บริษัท ท่องนที จำกัด โทร 457-6873-4, 457-3428

ธรรมชาติ ณ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน



สิมิลัน เป็นภาษายาวีหรือมลายู แปลว่า “เก้า” จึงมีชื่อเรียกกันว่า หมู่เกาะสิมิลัน หรือ หมู่เกาะเก้า ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อย 9 เกาะด้วยกัน เกาะทั้งเก้าเรียงตัวตามแนวทิศเหนือไปทิศใต้ ได้แก่ เกาะบอน เกาะบางู เกาะสิมิลัน เกาะปายู เกาะห้า เกาะเมี่ยง เกาะปาหยัน เกาะปายัง และเกาะหูยง


หมู่เกาะสิมิลัน ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติของประเทศไทยในปี พ.ศ. 2525 ครอบคลุมพื้นที่เกาะและห้วยน้ำทะเลรอบเกาะที่มีปะการังสมบูรณ์ในท้องที่ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จงหวัดพังงา เป็นเนื้อที่ประมาณ 128 ตาราง กิโลเมตร (80,000 ไร่) พื้นที่เกาะซึ่งเป็นแผ่นดินมีประมาณ 14 ตารางกิโลเมตร ชายฝั่งทะเลในบริเวณหมู่เกาะสิมิลัน เป็นส่วนภาคตะวันออกของทะเลอันดามัน ในมหาสมุทรอินเดีย ที่มีการลดตัวลงของพื้นทะเล (submergent shoreline) จึงมีการกัดเซาะพังทลายโดยมีน้ำทะเลเป็นตัวกระทำอย่างรุนแรง ทำให้บริเวณเกาะทั้ง 9 เกาะ

ธรรมชาติ ณ อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว

ป่าน้ำหนาวแห่งเทือกเขาเพชรบูรณ์ เป็นเขตกั้นระหว่างภาคอีสานและภาคเหนือ สภาพพื้นที่ทั่วไปเป็นเทือกเขาสูง ทอดยาวผ่านจังหวัดชัยภูมิและจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเฉพาะภูผาจิต ภูกุ่ม ข้าวเทือกเขาโดยรอบประกอบขึ้นเป็นต้นน้ำลำธาร ต้นกำหนิดของลำธารสายยาว เช่น แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำพอง แม่น้ำเลย ห้วยขอนแก่น ห้วยน้ำเชิญ ซึ่งไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์และเขื่อนจุฬาภรณ์ เป็นผืนป่าที่มีความงดงามเหมาะแก่การเดินทางท่องเที่ยวยิ่ง
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
เริ่มจากถ้ำผาหงษ์ อยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 39 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลขที่ 12 (หล่มสัก-ชุมแพ) เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์และชมพระอาทิตย์ตกในตอนเย็น ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยที่สวยงามสำหรับคนที่ชอบป่าสน สวนสนบ้านแปก ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 49 ระยะทางเดินเท้าประมาณ 2 กิโลเมตร ก็เป็นเส้นทางเดินป่าที่น่าสนใจยิ่ง นอกจากนี้ ยังมีสวนสนภูกุ่มข้าว ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 53 มีทางลูกรังแยกเข้าถึงสวนสนภูกุ่มข้าว ระยะทาง 15 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นป่าสนสามใบ งามมาก บริเวณสวนสนนี้ จะมีเนินเขาเตี้ย ๆ ลูกหนึ่งเรียกว่า “ภูกุ่มข้าว” สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 880 เมตร เป็นเนินเขาที่เป็นจุดเด่นจุดหนึ่งท่ามกลางสวนสน เมื่อขึ้นไปยืนอยู่บนเนินเขาภูกุ่มข้าว จะเห็นแนวยอดสนอยู่ระดับสายตา สามารถมองเห็นแนวยอดสนเป็นแนว สำหรับคนที่ชื่นชอบน้ำตก ก็มีน้ำตกเหวทรายและน้ำตกทรายทอง ซึ่งอยู่ริมทางบริเวณกิโลเมตรที่ 67 ระยะทางเดินเท้า 1 กิโลเมตร ให้เที่ยวชมกัน ส่วนคนที่ชอบเที่ยวถ้ำ ถ้ำใหญ่น้ำหนาว (ภูน้ำริน) ทางเข้าอยู่ตรงกิโลเมตรที่ 60 ทางหลวงสายบ้านห้วยสนามทราย-หล่มเก่า บ้านหินลาด ก็เป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่มีความวิจิตรงดงามด้วยหินงอกหินย้อย และที่แปลกที่สุดคือมีน้ำไหล หรือน้ำรินออกจากปากถ้ำ ภายในถ้ำยังเป็นที่อาศัยของค้างคาวจำนวนนับแสนตัวอีกด้วย ความลึกของตัวถ้ำนั้นไม่มีใครทราบแน่ชัด เนื่องจากเป็นถ้ำที่มีความลึกมาก


ธรรมชาติ ณ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย



อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย
อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอแม่ริม อำเภอหางดง และอำเภอเมืองฯ จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วยป่าที่อุดมสมบูรณ์ ภูเขาที่สูงสลับซับซ้อน ที่สำคัญได้แก่ ดอยสุเทพ ดอยบวกห้า และดอยปุย เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธาร มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม นอกจากนี้ยังมีสถานที่สำคัญอีก 2 แห่ง คือ วัดพระธาตุดอยสุเทพ-ปุย และพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย มีเนื้อที่ประมาณ 262.50 ตร.กม. หรือ 163,162.50 ไร่
สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของพระบาทสเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2503 บริเวณใกล้ดอยบวกห้า ลักษณะเป็นแบบสถาปัตยกรรมไทย ภายในบริเวณพระตำหนักได้รักษาสภาพธรรมชาติไว้ รวมทั้งมีการปลูกพรรณไม้ดอกชนิดต่าง ๆ ไว้อย่างสวยงาม พระตำหนักนี้อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 4 กิโลเมตร เปิดให้ประชาชนเข้าชมเฉพาะในวันศุกร์และวันหยุดราชการเท่านั้น ถัดลงมาจากพระตำหนัก เป็นที่ตั้งของวัดพระธาตุดอยสุเทพ อันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีประชาชนนิยมขึ้นไปนมัสการพระธาตุตลอดทั้งปี นอกจากนี้ น้ำตกศรีสังวาลย์ น้ำตกมหิดล น้ำตกตาดหมอกวังฮาง และน้ำตกตาดหมอกฟ้า นอกจากนี้ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง ได้แก่ ผาเงิบ ผาลาด ผาดำ ยอดดอยปุย และหมู่บ้านชาวเขา